Sunday, September 28, 2008

อาเทอร์ แกรี่ บิชอป Arthur Gary Bishop - ชายหนุ่มตัณหากลับ 7

อาเทอร์ บิชอบ ถูกตั้งข้อหาในระดับแรก 5 ข้อหา ลักพาตัวเด็ก 5 ข้อหา ข่มขืนใจโดยใช้กำลัง 2 ข้อหา และล่วงละเมิดทางเพศเด็กอีก 1 ข้อหา การตั้งข้อหาท้ายๆ ได้ใช้เฉพาะกับเหยื่อรายหลังๆของเขา ซึ่งหลักฐานทางนิติเวชศาสตร์ เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศยังไม่สูญหายไป แต่ข้อหาที่สำคัญจริงๆ ยังเป็นข้อหาเรื่องการฆาตรกรรม หากทางการหาหลักฐานพิสูจน์ข้อนี้ได้ โทษของเขามีเพียงสถานเดียวคือ ประหารชีวิต

วันพิพากษา

คณะทนายของบิชอป นำโดยทนายโจ คารอล เนสเส็ท-เซล ไร้สิ้นซึ่งความหวังที่จะชนะคดีนี้ คำสารภาพของบิชอป เป็นเครื่องค้ำประกันชีวิตหลังลูกกรงเหล็กของตัวเขาเองแล้ว คณะทนายพยายามทำให้โทษหนักเป็นเบา ด้วยการแก้ต่างให้เขาได้รับโทษข้อหาฆาตรกรรมโดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองมาก่อน แทนที่จะเป็นฆาตรกรรมระดับหนึ่ง คำแก้ต่างก็คืออารมณืและสติสัมปชัญญะที่ไม่ครบบริบูรณ์ของลูกความ เป็นแรงขับให้ลงมือสังหารเหยื่อ เนสเส็ท-เซล กล่าวกับศาลว่า
“ ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้บิชอปเติบโตมาด้วยความลุ่มหลง และยึดติดแรงดึงดูดทางเพศที่มีต่อเด็กชาย เขาไม่เคยประทุอารมณ์ความรู้สึกเชิงเพศเหล่านั้นออกมา แท้จริงแล้วเขาเป็นเด็กที่โดดเดี่ยวและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ”

และหนึ่งในสิ่งซึ่งคณะทนายคณะทนายทำให้กลายเป็นแพะรับบาปก็คือภาพลามกอนาจาร ดร.วิคเตอร์ คลิน พยานผู้เชี่ยวชาญวัตถุเหล่านี้ให้การเป็นพยานว่า ภาพดังกล่าวทำให้บิชอปพิกลพิการ จนไม่สามารถต้านทานแรงดึงดูดจากเด็ก หรือแรงกระตุ้นที่ปลุกเร้าให้ลงมือฆ่า

อย่างไรก็ตาม การขึ้นให้การเป็นพยานของ ดร.วิคเตอร์ คลิน ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างแต่อย่างใด คณะลูกขุนชาย 5 คน และ หญิง 7 คน ซึ่งป็นคณะลูกขุนไต่สวน บิชอบ กินเวลา 6 สัปดาห์ ตัดสินว่าเขามีความผิดในการฆาตรกรรมระดับแรก 5 ข้อหา ลักพาตัว 5 ข้อหา และล่วงละเมิดทางเพศแก่เด็ก 1 ข้อหา

เทปคำสารภาพส่วนหนึ่งของ บิชอบ ถูกนำมาเปิดในศาลขณะพิจารณาโทษ คณะลูกขุนได้ฟังคำสารภาพดังกล่าว บางครั้งถึงกับร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงบิชอปหัวเราะ หรือบางทีก็ทำเสียงแหลมสูงเพื่อล้อเลียนเด็กชายที่ร้องขอความเมตตา ไม่มีใครประหลาดใจเลยเมื่อเขาถูกตัดสินประหารชีวิต

นักกฎหมายให้บิชอปเลือกวิธีประหารชีวิตระหว่างการถูกยิงเป้ากับการฉีดยาพิษ ไม่ต้องเสียเวลาคิด บิชอปเลือกเข็มฉีดยา

ยินดีตาย

ในไม่ช้า หลังจากตัดสินลงโทษบิชอปขณะเข้าคิวรอการประหาร ชีวิตที่เรือนจำรัฐยูทาห์ มีข่าวลือว่ามีคนๆหนึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร เสนอให้เงินรางวัล 5000 ดอลลาร์เพื่อสังหารเขา ไม่เพียงเท่านั้น ยังลือกันต่อไปว่า ได้มีการเสนอเงินรางวัลอีก 5000 ดอลลาร์ สำหรับค่าหัวของ ดักลาส บิชอป อีกด้วย นอกจากนี้ ได้มีการเสนอรางวัลชุดใหญ่นับสิบชุดเพื่อเป็นค่าหัวของพี่น้องคู่นี้ ร้อยตำรวจเอกเคร็ก ราสมูเซน หัวหน้าชุดผู้รักษาความปลอดภัยของเรือนจำ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า
“ ปกติแล้วข่าวลือลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก แต่ในกรณีของบิชอป เป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะหากเกิดขึ้นจริง ผลลัพธ์จะเลวร้ายมาก เพราะเราได้รับคำเตือนล่วงหน้า ”

แท้จริงแล้ว ไม่ได้มีความที่จะคร่าชีวิตของพี่น้อง บิชอป ไม่ว่าคนใดคนหนึ่ง เนื่องจากสถานะของเขาคือผู้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ทำให้ทั้งคู่เป็นคนชั้นต่ำ กระทั่งในเรือนจำที่เต็มไปด้วยนักโทษอุกฉกรรจ์อยู่มากแล้วก็ตาม สำหรับ บิชอป เกิดบางสิ่งบางอย่างในจิตใจของเขาราวกับว่าเขาได้ฟื้นความรู้สึกแรงกล้า ในทางศาสนาเหมือนเมื่อครั้งที่เขาพบในวัยเยาว์
“ ด้วยความรู้สึกที่เศร้าสลด กับความรู้สึกผิดอย่างใหญ่หลวง ” เขากล่าวกับสื่อ “ เขาตระหนักว่าผมได้อนุญาตให้ซาตานได้ครอบงำตัวผม ”

การสำนึกผิดหมายถึงโอกาสของหัวใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บิชอป ไม่ได้ละทิ้งความหวังที่จะยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อยู่ไปเสียหมด ทนายของเขานำคำร้องไปขออุธรณ์เพื่อให้ไต่สวนอีกครั้ง แต่ศาลฏีกาของยูทาห์ปฎิเสธคำร้องดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ บิชอป จึงยุติความหวังและเตรัยมตัวเข้าสู่ความตาย วันที่ 29 กุมภาพันธ์ เขาไล่ทนายออก และเกลี้ยกล่อมให้พวกเขายุติการอุธรณ์ต่อไป วันที่ 2 พฤษภาคม 1988 ศาลฏีกาแห่งยูทาห์ยุติการรอคอยที่ไม่แน่นอนของเขา และมีคำสั่งให้ไต่สวนเพื่อกำหนดวันประหารชีวิตของ บิชอป


อาเทอร์ แกรี่ บิชอป Arthur Gary Bishop - ชายหนุ่มตัณหากลับ 6


ทางการตามหาแกรมี่ คันนิ่งแฮม เหมือนเคย การตามหานี้ไร้ผล การวักถามของตำรวจไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก นอกจากได้รับการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวคันนิ่งแฮม อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ดูเหมือนกองกำลังตำรวจที่ติดตามการสังหารเด็กในเมืองซอล์ทเลคตั้งแต่ปี 1979 จะสะดุดกับบางสิ่ง อย่างน้อยคณะนักสืบก็จำชื่อ โรเจอร์ ดาวน์ ได้
พวกเขายังไม่รู้ว่า โรเจอร์ ดาวน์ ชื่อจริงว่าอะไร แต่ในทันใดนั้นก็ตระหนักว่าดาวน์เคยถูกสอบสวนหลังจาการหายตัวไปของเด็กห้าคน ไม่น่าเชื่อว่า เขาจะอาศัยอยู่ใกล้ที่อยู่ของเหยื่อสี่รายซึ่งหายตัวไป ทั้งยังรู้จักพ่อแม่ของเหยื่อรายที่ห้าด้วย
จ่า บรูซ ไวท์ กับนักสืบ สตีเวน สมิท ย้อนกลับไปสอบสวนดาวน์ อีกครั้งหนึ่ง ทั้งคู่ยังไม่มีหลักฐานจะเอาผิดดาวน์ แต่มีบางอย่างในท่าทีของเขาที่น่าสงสัย เขาอาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ซึ่งบางครั้งโกหกตำรวจไปตามสัญชาตญาณ ปราศจากเหตุผลแต่อย่างใด หรือเขาอาจจะซ่อนความลับที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ไว้กับตัว
หลังจากอิดออดอยู่ครู่หนึ่ง ดาวน์ก็ไปสถานีตำรวจตามคำเชิญ เขาง่วงนอนเพราะช่วยตามหาแกรมี่ คันนิ่งแฮม แต่ในที่สุด ดอน เบลล์ นักสืบแผนกฆาตรกรรมอาวุธโสก็รอการมาของดาวน์อยู่ช้าๆ ทว่าแน่นอนเขาสามารถจับเท็จจากเรื่องที่เป็นจริงได้ ในไม่ช้าเบลล์ ก็รู้ชื่อจริงของดาวน์ และก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า บิชอปก็สารภาพการสังหารเด็ก 5 คนตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา เบลล์กับบิชอป ใช้เวลาเกือบทั้งคืนด้วยกัน เพื่อปะติดปะต่อรายละเอียด ทั้งสองรอการออกไปค้นหาศพตอนรุ่งสาง

ผมจะทำมันอีก

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากรับสารภาพ บิชอปพาตำรวจออกไปค้นศพเหยื่อของตน โครงกระดูกทั้งสามยังอยู่ใกล้ป้อมซีดาห์ และซากศพที่ยังใหม่อีกสองศพ ใกล้ช่องแคบระหว่างเขาคัตทอนวูด แรงจูงใจในการฆาตรกรรมของเขายังคลุมเครือในครั้งแรก เขาอ้างว่าลงมือฆ่าเฉพาะเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งขู่ว่าจะนำเรื่องนี้ไปบอกพ่อแม่ เขาตื่นเต้นจากการฆาตรกรรมด้วยตัวของมันเอง อาชญากรรมมาจากแรงผลักดันทางใจ
“ ผมดีใจที่พวกเขาจับผมได้ ” บิชอปกล่าว “ เพราะว่าผมจะทำมันอีก ”

หลังจากทางการประกาศว่าจับ บิชอป ได้และเขารับสารภาพ ตำรวจก็ต้องวุ่นวายกับการรับสายที่พ่อแม่โทรฯเข้ามาแจ้งว่า บิชอปล่วงละเมิดทางเพศลูกของตนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไม่มีใครทำอะไร ขณะที่บิชอปล่าเหยื่อ คนเหล่านี้ปิดปากเงียบและนิ่งสงบ
“ สิ่งที่เราอยากรู้ก็คือ ” ร้อยตำรวจเอก โจนส์ พอลเลอิ กล่าวกับนักข่าว “ พวกเขาไปอยู่ใหนมา เมื่อสองสามปีก่อน ขณะที่เรายังไม่มีอะไรเลย ”

ฆ้อนเปื้อนเลือด

การค้นบ้าน บิชอป ทำให้ตำรวจได้หลักฐานยืนยันคำสารภาพของเขาเพิ่มขึ้น ตำรวจพบปืนลูกโม่จุดสามแปด หยดเลือดที่กระบอกไม้และค้อน รวมทั้งภาพเปลือยนับโหลของเด็กชาย ภาพหลายภาพในจำนวนนั้นเป็นภาพเปลือยที่เหยื่อถูกตัดหัว ทำให้ชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่ก็เป็นหลักฐานที่มัดตัว บิชอป ว่าเขามีพฤติกรรมล่วงละเมิดเด็กมานาน